MOLSTUDIO
We design in practically maniacal space and they allows for many differing philosophies and approaches toward the subject of the design solution

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click
https://youtu.be/qPmsYIu5yoY?si=qFJ7wgFejKI9oQwn
Special thanks @gapthanavate
Il Visualizzatore Storie Instagram è uno strumento facile da usare che ti permette di guardare e salvare le storie, video, foto o IGTV di Instagram in modo segreto. Con questo servizio puoi scaricare contenuti e goderteli offline ogni volta che vuoi. Se trovi qualcosa di interessante su Instagram che vorresti rivedere più tardi o vuoi vedere le storie restando anonimo, il nostro Visualizzatore è perfetto per te. Anonstories offre una soluzione eccellente per mantenere la tua identità nascosta. Instagram ha lanciato per la prima volta la funzionalità Storie nell'agosto 2023, che è stata rapidamente adottata da altre piattaforme per il suo formato coinvolgente e tempestivo. Le storie permettono agli utenti di condividere aggiornamenti rapidi, che siano foto, video o selfie, arricchiti con testo, emoji o filtri, e sono visibili per solo 24 ore. Questo limite di tempo crea un forte coinvolgimento rispetto ai post normali. Oggi, le storie sono uno dei modi più popolari per connettersi e comunicare sui social media. Tuttavia, quando guardi una storia, il creatore può vedere il tuo nome nella loro lista di visualizzatori, il che potrebbe essere un problema per la privacy. E se desiderassi navigare tra le storie senza essere notato? Ecco dove Anonstories diventa utile. Ti consente di guardare contenuti pubblici su Instagram senza rivelare la tua identità. Basta inserire il nome utente del profilo che ti interessa e lo strumento mostrerà le sue ultime storie. Funzionalità del Visualizzatore Anonstories: - Navigazione Anonima: Guarda le storie senza apparire nella lista di visualizzazione. - Nessun Account Necessario: Visualizza contenuti pubblici senza registrarti su Instagram. - Download dei Contenuti: Salva qualsiasi contenuto delle storie direttamente sul tuo dispositivo per un uso offline. - Guarda i Punti Salienti: Accedi ai punti salienti di Instagram, anche oltre la finestra di 24 ore. - Monitoraggio dei Repost: Tieni traccia dei repost o dei livelli di interazione nelle storie per i profili personali. Limitazioni: - Questo strumento funziona solo con account pubblici; gli account privati restano inaccessibili. Vantaggi: - Privacy: Guarda qualsiasi contenuto su Instagram senza essere notato. - Semplice e Facile: Nessuna installazione di app o registrazione richiesta. - Strumenti Esclusivi: Scarica e gestisci contenuti in modi che Instagram non offre.
Segui gli aggiornamenti di Instagram discretamente proteggendo la tua privacy e restando anonimo.
Guarda profili e foto in modo anonimo facilmente usando il Visualizzatore di profili privati.
Questo strumento gratuito ti permette di visualizzare le storie di Instagram in modo anonimo, garantendo che la tua attività rimanga nascosta dall'utente che carica la storia.
Anonstories consente agli utenti di guardare le storie di Instagram senza avvisare il creatore.
Funziona senza problemi su iOS, Android, Windows, macOS e browser moderni come Chrome e Safari.
Garantisce una navigazione sicura e anonima senza richiedere credenziali di accesso.
Gli utenti possono visualizzare storie pubbliche semplicemente inserendo un nome utente—nessun account richiesto.
Scarica foto (JPEG) e video (MP4) facilmente.
Il servizio è gratuito.
Il contenuto degli account privati è accessibile solo ai follower.
I file sono destinati solo a uso personale o educativo e devono rispettare le normative sul copyright.
Inserisci un nome utente pubblico per visualizzare o scaricare storie. Il servizio genera link diretti per salvare i contenuti localmente.