MOLSTUDIO
We design in practically maniacal space and they allows for many differing philosophies and approaches toward the subject of the design solution

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

”เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ความบ้าน มาพบกับความทันสมัยของเมืองหลวง เป็นที่ที่เพื่อนฝูงมาล้อมวงกินข้าว และรับรู้ถึงความรักที่เราตั้งใจปรุงผ่านวัตถุดิบจากชุมชนของเรา“ เป็นไอเดียเริ่มต้นของทางเจ้าของ ศรีตราดมาสู่เรา
และในมุมมองของการออกแบบร้านนั้นเรากำลังจะทำบ้านเก่า และสื่อสารถึงภาพและอารมณ์ของวันเวลาในอดีต Sri Trat at Sri’s Room คือบทใหม่ของ “ศรีตราด” ในวัยสาว หาก Sri Trat ที่สุขุมวิทคือบ้านที่อบอุ่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า “ ศรีตราด ”แล้ว Sri Trat at Sri’s Room คือห้องรับแขกส่วนตัวของ ”ศรีตราด“ ในวัยสาว ช่วงเวลาที่เธอยังคงความร่าเริง สนุกสนาน แต่ยังคงยึดมั่นในรากของชาวตราดอย่างเหนียวแน่น และเราพยายามที่จะทดสอบการฉีกกฏต่างๆในการออกแบบทำร้านอาหารในห้าง โดยการ ใช้วัสดุพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานสีที่ทำเฉพาะ พื้นหินขัดลงลาย งานไม้ที่มีหลากหลายขั้นตอนในการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ “จริงที่สุด” ในการเข้ามาสัมผัสร้านอาหารร้านนี้ สะท้อนข้อความที่ทางศรีตราดสื่อสารไว้ ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ทุกๆครั้งที่เดินผ่านเข้ามาในร้าน ทุกคนได้รู้สึกถึงการย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาที่ ศรีตราด ในวัยสาวพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่บ้านของเค้าจริงๆ …

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

platform no.07- the cafe in kanjanaburi
จาก การตีความ ร้านอาหารเดิมที่ชื่อ ”@ชานชลา“ ไปสู่ ”platform“ ~ ความน่าสนใจของการซ้อนแผ่นเพื่อเกิด space ในรูปแบบที่น่าสนใจพร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ ของแสงและเงาของผู้ใช้งานด้านใน อีกทั้งยังแสดงผิวสถาปัตยกรรม เพื่อไหลเข้าสู่ผิวของการตกแต่ภายในด้วยผิวเดียวกัน

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

PZ•N5 - in between space -
บ้านหลังนี้อาจจะเป็นความสำเร็จจากการ หาอนาเขตของความเป็นไปได้ของงานสถาปัตย์ที่มีโจทย์ ในแง่ของความสัมพันธ์และพื้นที่ที่คงอยู่ โดยการ ทดสอบทดลอง โดนที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือรูปลักษณ์ของงานที่อยากให้เกิดขึ้น และเราปล่อยให้คำตอบเหล่านั้นนำทางไปถึง รูปร่าง พื้นที่ และความสวยงาม อย่างเป็นธรรมชาติ
เริ่มแรกเราได้โจทย์ว่าอาจทำตกแต่งภายในบ้าน และอยากให้สร้างห้องที่ชั้น 1 ให้คุณพ่อของเจ้าของบ้านอยู่ เป็นเป็นห้องเล็กๆในสวนและให้เดินเชื่อมออกไปที่ห้องๆนี้ได้ …
เราเองไปเห็นพื้นที่ เราเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าขนาดของมันทำอะไรได้บ้างเพียงรับโจทย์กลับมา หลังจากนั้นเราค้นพบบางอย่างระหว่างนั่งพูดคุยกันในทีม
1.พื้นที่ว่างสวยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยใช้เพราะไม่น่าใช้และร้อน
2.จริงๆถ้าสร้างอาคารก้อนนึงให้คุณพ่อ แล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวจะลดลงไหม?
3.อาคารเดิมกับพื้นที่ภายนอกมันถูกตัดขาดออกจากกันเพราะอะไรบางอย่าง
4.อาคารเก่าถูกตัดขาดจากกันระหว่างชั้น 1 และ 2
จากข้อ 1-4 เราเกิดคำถามขึ้น ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรให้พื้นที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำการปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างงดงามนะ หลังจากนั้นเราเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาของโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา เช่นงั้นเราทำสวนให้ใช้ได้ และมีประโยชน์ต่อทุกส่วนของบ้านเลยดีกว่า ต่อมาส่วนต่อเติมที่ต่อออกไปทำให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อเสมือนเป็นบ้านหลังเดียวกับบ้านหลังเดิมทั้งหมด และทลายความทึบตันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ของบ้านหลังเก่า เพื่อให้เนื้อในของอาคารทั้งหมด โปร่งเบาและเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด แล้วจับสวนมาไว้ตรงกลางให้ทุกคนได้ใช้มันจากทุกมุมทุกเวลาก็น่าจะดี
จากแนวคิดทั้งหมดเราจึงได้พื้นที่ และโครงการนี้ขึ้นมา + ความชอบของเจ้าของบ้านในแง่ของความน้อย แต่มาก ทำให้เราตกแต่งบ้านด้วย สีขาวหลากหลายเฉด สีครีม สีไม้ ที่ถ้ามองเข้าไปคงเป็นแค่สีไม้ แต่หากเข้าสัมผัสจะมีความหลากหลายของเฉดและลวดลาย เพื่อสร้างความเบาบางที่ิอบอุ่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พร้อมทั้งเชื้อเชิญธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อมาช่วยอีกทางนึงด้วย
สุดท้ายคำใบทั้งหมดของพื้นที่ และธรรมชาติก็พาเรามาถึงปลายทาง
ขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชื่อใจในวิธีคิด ขอบคุณทีมที่เค้นทุกความพยายามเพื่อหาความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจคนี่ 🤍🤍

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@apnnit
Supervisor team
@bigboss.bsy
@genie_sjwtn
OKU HANS _ PROJECT
CONCEPT DESIGN : “Quiet Haven in a Shell”
แนวคิดการออกแบบเปรียบพื้นที่ภายนอกของบ้านเสมือน “เปลือกหอย” ที่โอบล้อมและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไว้ภายใน ทำหน้าที่เป็นกรอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันพื้นที่ภายในยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบให้มีการไล่ระดับของความเป็นส่วนตัวจากน้อยไปหามาก โดยมีสวน Zen Garden ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของบ้าน ค่อยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ในการเชื่อมโยงทุกส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน แต่ละพื้นที่ถูกจัดวางให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงสวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็ยังคงรับรู้ถึงความสงบและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเปิดรับธรรมชาติจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ตกกระทบต้นไม้จนเกิดเงาของต้นไม้ได้ไหลเข้าสู่ตัวอาคารอย่างนุ่มนวล ลมช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย
สไตล์การออกแบบผสมผสานความเรียบง่าย อบอุ่นแบบญี่ปุ่น เข้ากับปรัชญา Wabi-Sabi ที่ให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์และความงามที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เส้นสายของผนังถูกออกแบบให้เป็นเส้นเรียบ ทำให้สงบ และมีจังหวะที่นุ่มนวล วัสดุธรรมชาติถูกหยิบยกนำมาใช้โดยคงพื้นผิวดั้งเดิม เพื่อให้ร่องรอยของแสง เงา และการใช้งานในแต่ละวัน ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านประสบการณ์การสัมผัส
ท้ายที่สุดแนวคิดของงานออกแบบนี้คือ การสร้างพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพักใจไปพร้อมกับสถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน ก็สามารถดื่มด่ำความเงียบสงบ กับช่วงเวลาของแสงแดด และใช้เวลากับงานอดิเรกที่รักได้อย่างสบาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Internship project
พวกเราดีใจที่พาทีมน้องๆฝึกงานข้ามผ่านขีดความสามารถในการคิดและทำงาน ในช่วงการฝึกงานด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ในทีมของพวกเรา ดีใจด้วยครับ … และพวกเราภูมิใจในงานน้องๆครับ
@khim.tsp
Supervisor
@eveveveeeve
@py.ppor
โปรเจกต์นี้คือการรีโนเวท Penthouse จากอพาร์ตเมนท์เก่าใจกลางเมืองปารีส ให้กลายเป็นที่ที่มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักส่วนตัว ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิทได้อย่างเป็นกันเอง
เจ้าของห้องตั้งใจลงมือรีโนเวทด้วยตัวเอง โดยนำ Lifestyle ที่เรียบง่ายและเป็นตัวตนของเธอมาถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟวินเทจ เก้าอี้ดีไซน์คลาสสิก เซทกระเบื้องเก่า Painting Frame และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีเรื่องราว ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ห้องนี้สะท้อน “ตัวตน” มากกว่าการตกแต่งตามเทรนด์
สไตล์ของห้องเป็นการผสมผสาน 3 แนวทาง ได้แก่ Midcentury / Vintage / Retro จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “THIS Century Modern” ซึ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของอดีตเข้ากับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อบอุ่น แต่ยังคงความสนุกและมีคาแรกเตอร์
ซึ่ง Concept หลักของพื้นที่คือ “ห้องที่สามารถอ่านหนังสือได้หลากหลายมุม” ทุกมุมของห้องถูกออกแบบให้เอื้อต่อการนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาใกล้หน้าต่างที่รายล้อมด้วยของสะสม มุมเก้าอี้ตัวโปรดใต้แสงโคมไฟห้องนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักใจ การใช้ชีวิต และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่มีความหมาย

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

Merry Christmas 2025 from our studio
ขอบคุณทีมทุกคนที่ผ่านปีนี้มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน แม้บางครั้งจะยากลำบาก และเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายตรงกัน เราอยากสร้างอะไรใหม่ๆ เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เราออกแบบ และเราอยากทำทุกอย่างบนมาตราฐานที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในฐานะผู้ออกแบบ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ขอบคุณที่พวกเราทำปีนี้เป็นอีกปีที่ดี …
ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้โอกาสพวกเรา และเชื่อในความคิดเห็นของพวกเรา จนเดินทางมาถึงจุดที่งานสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างเหมือนที่พวกเราทุกคนฝันร่วมกันไว้ ขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน
สุดท้ายขอบคุณสภาพแวดล้อม กัลยาณมิตร ครอบครัว Suppliers บริษัทต่างๆ รอบๆตัว ที่คอยช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในการสร้างงสรรค์งานของพวกเราทุกคนนะ
Send our love from M.O.L.Studio crews 🤍🤍

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

SR•KH - ” European Tropical “ : interior develop phase01
พวกเรามีความคิดสนุกๆกันว่า ถ้าเราอยากทำบ้านที่มีบรรยากาศของพื้นที่ เสมือนเราอยู่ยุโรป แต่ใช้แนวคิดของเมืองร้อนแบบเราๆ เราจะออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมกับแบบไหนดี?
และนั่นคือที่มาของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เสมือนบ้านพักตากอากาศ ในยุโรป และนำเอาพื้นที่ที่สามารถถ่ายผ่านอากาศ และรับธรรมชาติที่โอบล้อมสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้นมา มีพื้นที่ชั้นสองที่ยกขาดจากชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างช่องอากาศแนวนอนขนาดใหญ่ตลอดแนวบ้าน พร้อมทั้งสร้างผนังที่มีเอกลักษณ์ในชั้น 1 ที่มีการถ่ายผ่านของอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวของ พื้นที่สวน และพื้นที่ใช้งานอื่นๆด้านใน
ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเราออกแบบให้มีทางเลือกจะใช้พื้นที่กึ่งเปิดในเวลาที่อากาศดี ในชั้น1หรือจะใช้พื้นที่ปิดอีกลักษณะที่ชั้น 2 เวลาที่อากาศไม่อำนวย หรือส่วนสันทนาการอย่างสระน้ำ และส่วนออกกำลังกาย ที่เป็นสระภายในอาคารที่ให้ความรู้สึกแบบเสมือนสระที่อยู่ภายนอก และล้อมด้วยแสงธรรมชาติ และสีเขียว
สุดท้ายในเรื่องของที่พักอาศัยเราคิดเสมือนโรงแรมที่มีการแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนเป็นยูนิต เสมือนวิลล่าหลายๆหลัง เพราะเราวิเคราะห์พื้นที่ว่ามันเหมือนกับ โรงแรมที่มีครอบครัวหลายๆครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เราจึงอยากหยิบยื่นพื้นที่ที่มีความส่วนตัวอย่างที่สุดในแต่ล่ะยูนิตของห้องนั้นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่วนกลางที่มีความดึงดูดให้ออกมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์ของบ้านยังคงอยู่อย่างหนักแน่น ไม่เลือนหายไป

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click gapthanavate Chanel on YouTube
Special thanks @gapthanavate

MAISON05 : the multi-residence
Location : Aree-samphan
Years : 2019-2025
Size : 2600 SQM.
Architecture / interior design : @molstudio
Stylist : @jillvinotto
Construction : Practical P
Interior construction : @artisinecons
Lighting supply : @lamptitude
Finishing supply : @amornpandecor amo+ @nipponpaint_th
@scenescape.wd @euro_wrought_iron
Photo by : @usssajaeree_studio
More design and detail … please click
https://youtu.be/qPmsYIu5yoY?si=qFJ7wgFejKI9oQwn
Special thanks @gapthanavate
Trình Xem Câu Chuyện Instagram là một công cụ dễ sử dụng giúp bạn xem và lưu câu chuyện Instagram, video, ảnh hoặc IGTV một cách bí mật. Với dịch vụ này, bạn có thể tải xuống nội dung và thưởng thức ngoại tuyến bất cứ lúc nào. Nếu bạn tìm thấy điều gì đó thú vị trên Instagram mà bạn muốn xem sau này hoặc muốn xem câu chuyện mà vẫn giữ ẩn danh, Trình Xem của chúng tôi là lựa chọn hoàn hảo. Anonstories cung cấp giải pháp tuyệt vời để giữ kín danh tính của bạn. Instagram ra mắt tính năng Câu Chuyện vào tháng 8 năm 2023, và nhanh chóng được các nền tảng khác áp dụng do định dạng hấp dẫn và nhạy cảm với thời gian. Câu Chuyện cho phép người dùng chia sẻ cập nhật nhanh, bất kể là ảnh, video, hay selfie, được bổ sung với văn bản, emoji, hoặc bộ lọc, và chỉ hiển thị trong 24 giờ. Khoảng thời gian giới hạn này tạo ra mức độ tương tác cao so với các bài đăng thường xuyên. Trong thế giới ngày nay, Câu Chuyện là một trong những cách phổ biến nhất để kết nối và giao tiếp trên mạng xã hội. Tuy nhiên, khi bạn xem một Câu Chuyện, người tạo có thể thấy tên của bạn trong danh sách người xem, điều này có thể gây lo ngại về quyền riêng tư. Nếu bạn muốn duyệt Câu Chuyện mà không bị phát hiện, Anonstories sẽ hữu ích. Nó cho phép bạn xem nội dung công khai trên Instagram mà không tiết lộ danh tính của mình. Chỉ cần nhập tên người dùng của hồ sơ mà bạn tò mò và công cụ này sẽ hiển thị Câu Chuyện mới nhất của họ. Các tính năng của Trình Xem Anonstories: - Duyệt Ẩn Danh: Xem Câu Chuyện mà không xuất hiện trong danh sách người xem. - Không Cần Tài Khoản: Xem nội dung công khai mà không cần đăng ký tài khoản Instagram. - Tải Nội Dung: Lưu bất kỳ nội dung Câu Chuyện nào trực tiếp vào thiết bị của bạn để sử dụng ngoại tuyến. - Xem Highlight: Truy cập các Highlight trên Instagram, ngay cả khi đã qua 24 giờ. - Theo Dõi Đăng Lại: Theo dõi các bài đăng lại hoặc mức độ tương tác trên Câu Chuyện của hồ sơ cá nhân. Hạn chế: - Công cụ này chỉ hoạt động với các tài khoản công khai; các tài khoản riêng tư không thể truy cập. Lợi ích: - Thân thiện với quyền riêng tư: Xem bất kỳ nội dung Instagram nào mà không bị phát hiện. - Đơn giản và dễ dàng: Không cần cài đặt ứng dụng hoặc đăng ký. - Công cụ độc quyền: Tải và quản lý nội dung theo cách mà Instagram không cung cấp.
Theo dõi các cập nhật Instagram một cách kín đáo trong khi bảo vệ quyền riêng tư của bạn và vẫn giữ ẩn danh.
Xem hồ sơ và ảnh một cách ẩn danh dễ dàng với Trình Xem Hồ Sơ Riêng Tư.
Công cụ miễn phí này cho phép bạn xem Câu Chuyện Instagram ẩn danh, đảm bảo hoạt động của bạn không bị phát hiện bởi người tải lên câu chuyện.
Anonstories cho phép người dùng xem Câu Chuyện Instagram mà không cảnh báo người tạo.
Hoạt động mượt mà trên iOS, Android, Windows, macOS và các trình duyệt hiện đại như Chrome và Safari.
Ưu tiên duyệt web an toàn, ẩn danh mà không yêu cầu thông tin đăng nhập.
Người dùng có thể xem Câu Chuyện công khai chỉ bằng cách nhập tên người dùng—không cần tài khoản.
Tải ảnh (JPEG) và video (MP4) một cách dễ dàng.
Dịch vụ này miễn phí.
Nội dung từ các tài khoản riêng tư chỉ có thể truy cập bởi những người theo dõi.
Các tệp chỉ được sử dụng cho mục đích cá nhân hoặc giáo dục và phải tuân thủ quy định bản quyền.
Nhập tên người dùng công khai để xem hoặc tải xuống câu chuyện. Dịch vụ tạo liên kết trực tiếp để lưu nội dung vào thiết bị của bạn.