
ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

ม้า
Photographyer: @fix_.pr @conjure._
Assistant: @pp.namo @kiew.kk @astronaut2k
Model: @nina_naniiiii
Sponsor: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

โครงการนี้ใช้แนวทางการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary Photography) ผสมกับภาพบุคคลในสภาพแวดล้อม (Environmental Portrait) เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ใต้ทางด่วนที่ดูแข็งกระด้างและวุ่นวายกลับมีความอบอุ่น ความรัก ความสูญเสีย และความหวังซ่อนอยู่ในนั้น ข้าพเจ้าพยายามถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
“ดินแดนไร้เสียง” จึงเป็นมากกว่าการถ่ายภาพชุมชนคนไร้เสียง มันคือการบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่แม้ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ชมจะมองเห็นและรับฟังพวกเขาด้วยหัวใจ เข้าใจว่าแม้ในความเงียบก็ยังมีเสียง เสียงของความพยายาม ความหวัง และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากเรา
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

“ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place)
โครงการภาพถ่าย “ดินแดนไร้เสียง” (The Quiet Place) เกิดจากความสนใจของข้าพเจ้าในเรื่องราวของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหูหนวกที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนในเมืองใหญ่ ทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ข้าพเจ้ามักเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงรถยนต์ที่ดังไม่หยุด แต่พวกเขากลับอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ความแตกต่างระหว่าง “เสียงที่ดัง” กับ “ความเงียบของผู้คน” ทำให้ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางเสียงแบบนี้ได้อย่างไร” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานชุดนี้
ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “การถ่ายภาพ” เพื่อเข้าไปเรียนรู้และบันทึกชีวิตของพวกเขา ภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และสื่อสารกับคนหูหนวก แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ผ่านรอยยิ้ม ภาษามือ และสายตาตลอด 2 วันที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปอยู่ที่นั้นกับพวกเขา ข้าพเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความผูกพันของคนในชุมชน แม้ว่า
สภาพแวดล้อมใต้ทางด่วนจะดูแข็งกระด้าง แต่ผู้คนกลับอบอุ่นและจริงใจมากกว่าที่คิด ทุกคนต้อนรับด้วยความเป็นมิตร แต่ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ถึงความระแวงที่ซ่อนอยู่ พวกเขากลัว “คนหูดี” จากประสบการณ์เคยถูกหลอกและถูกเอาเปรียบมาก่อน แม้จะมีความกลัวและบาดแผลในอดีต ผู้คนที่นี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอก หลายคนมีงานอดิเรกที่รัก เช่น การประดิษฐ์ของใช้ การซ่อมแซมข้าวของ การทำอาหาร หรือการวาดรูป แต่ในความงามของสิ่งที่พวกเขาทำ ก็มีร่องรอยของความเจ็บปวดซ่อนอยู่ บางคนเคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขา “ไม่ได้ยิน”
ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ใต้สะพานหรือเข้าไปในห้องพักเล็ก ๆ ของพวกเขา ข้าพเจ้ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่แล่นผ่านด้านบนอยู่ตลอด เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นไหวทำให้ข้าพเจ้าตกใจอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับพวกเขา นั่นคือความเคยชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ระหว่างการทำงาน ข้าพเจ้าพบว่า “ความเงียบ” กลับมีพลังมากกว่าที่คิด มันทำให้เราได้ฟังด้วยหัวใจแทนหู ได้มองเห็นความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ภาพถ่ายแต่ละภาพในโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เห็น แต่เป็นการบอกเล่า “เสียงของความเงียบ” ผ่านแสง สี และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในชุมชนแห่งนี้
Photographer: @fix_.pr @conjure._
Assistant photographer: @pp.namo @j_jnathan
Assistant: @mp_my_01_ppm @akiko_kong_cool
Sign language interpreter: @kwtsc._
Mr. Vudhichai Kaiyanan
Mrs.Thanitha Yibpikul
Supporters: @thuanyotha

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อำนวยฟาร์ม
ฟาร์มวัวนมที่นี่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยยาง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีโอกาสได้ไปบ้านแม่ ฉันมักจะชอบแวะไปที่ฟาร์มอยู่เสมอ เพราะที่นั่นมีลูกวัวตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก และสิ่งที่ทำให้ฉันอยากไปบ่อย ๆ คือการได้ช่วยคุณยายรีดนมวัว หลังจากรีดเสร็จ ยายก็จะให้นมวัวสด ๆ ไปต้มที่บ้าน รสชาติของมันอร่อยมาก หอม มัน ไม่เหมือนนมที่เราซื้อตามห้างหรือตลาดทั่วไปเลย
ฉันได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ว่ากว่าจะได้นมวัวแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดวัว ล้างขี้โคนออกจากเต้านม จนถึงการรีดนมจริง ๆ ตอนฉันได้ลองทำครั้งแรก ๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่จำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยจับวัวมาก่อน แต่ก็ทั้งเหนื่อย
ทั้งเหม็น กลิ่นมูลวัวนี่ติดตัวกลับบ้านไปทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน พวกเขาต้องชินกับกลิ่น เสียง และพฤติกรรมของวัว ต้องรู้วิธีทำให้วัวเชื่อใจ และต้องระวังเพราะเราไม่มีทางบังคับวัวได้ตลอดเวลา รวมถึงฉันตอนนี้ก็ชินไปกับมันแล้ว
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนวัวแม่ลูกอ่อนเตะ เพราะมันตกใจจากเสียงเครื่องรีดนม ผลคือขาของยายต้องเย็บถึง 11 เข็ม และนอนโรงพยาบาลนาน 14 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันมองว่างานเลี้ยงวัวเป็นงานที่ทั้งต้องใช้ทั้งแรงกาย ความชำนาญ และความอดทนสูงมาก
การได้ลงมือสัมผัสกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาพถ่ายที่สื่อถึงวิถีชีวิตคนเลี้ยงโค ไม่ได้มีแค่ภาพของวัวหรือขั้นตอนการทำงาน แต่ควรเก็บความรู้สึกและบรรยากาศของสถานที่นั้นไว้ด้วย ภาพถ่ายที่ฉันทำในโปรเจกต์นี้มีทั้งภาพในโรงเรือนรีดนมที่ให้เห็นความตั้งใจและรอยยิ้มของผู้เลี้ยง และภาพในทุ่งที่คนกับวัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Garden of Rebirth
Photographyer @fix_.pr
Assistant Photo @abbaskrub
Lightning @pp.namo
Makeup @aumleee
Designer @nackynashh
Model @plas.tic_paris
Sponsor @thuanyotha
(FINAL PROJECT LIGHTNING PEOPLE 2)

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz

Photographer @fix_.pr
Team @15tular @eighteenyearlater @cxllmee_zia._ @_nolges_
Model @miss.piranha @tiara_inn_redroom @lgie.bloomz
The Instagram Story Viewer is an easy tool that lets you secretly watch and save Instagram stories, videos, photos, or IGTV. With this service, you can download content and enjoy it offline whenever you like. If you find something interesting on Instagram that you’d like to check out later or want to view stories while staying anonymous, our Viewer is perfect for you. Anonstories offers an excellent solution for keeping your identity hidden. Instagram first launched the Stories feature in August 2023, which was quickly adopted by other platforms due to its engaging, time-sensitive format. Stories let users share quick updates, whether photos, videos, or selfies, enhanced with text, emojis, or filters, and are visible for only 24 hours. This limited time frame creates high engagement compared to regular posts. In today’s world, Stories are one of the most popular ways to connect and communicate on social media. However, when you view a Story, the creator can see your name in their viewer list, which may be a privacy concern. What if you wish to browse Stories without being noticed? Here’s where Anonstories becomes useful. It allows you to watch public Instagram content without revealing your identity. Simply enter the username of the profile you’re curious about, and the tool will display their latest Stories. Features of Anonstories Viewer: - Anonymous Browsing: Watch Stories without showing up on the viewer list. - No Account Needed: View public content without signing up for an Instagram account. - Content Download: Save any Stories content directly to your device for offline use. - View Highlights: Access Instagram Highlights, even beyond the 24-hour window. - Repost Monitoring: Track the reposts or engagement levels on Stories for personal profiles. Limitations: - This tool works only with public accounts; private accounts remain inaccessible. Benefits: - Privacy-Friendly: Watch any Instagram content without being noticed. - Simple and Easy: No app installation or registration required. - Exclusive Tools: Download and manage content in ways Instagram doesn’t offer.
Keep track of Instagram updates discreetly while protecting your privacy and staying anonymous.
View profiles and photos anonymously with ease using the Private Profile Viewer.
This free tool allows you to view Instagram Stories anonymously, ensuring your activity remains hidden from the story uploader.
Anonstories lets users view Instagram stories without alerting the creator.
Works seamlessly on iOS, Android, Windows, macOS, and modern browsers like Chrome and Safari.
Prioritizes secure, anonymous browsing without requiring login credentials.
Users can view public stories by simply entering a username—no account needed.
Downloads photos (JPEG) and videos (MP4) with ease.
The service is free to use.
Content from private accounts can only be accessed by followers.
Files are for personal or educational use only and must comply with copyright rules.
Enter a public username to view or download stories. The service generates direct links for saving content locally.